เมื่อ ‘คุณ’ หรือ ‘คนรัก’ ถูกจับได้ว่ามีคนอื่น แทนที่จะเลิกรากันเพราะความผิดแค่ครั้งเดียว ทำไมไม่ลองต่อสู้เพื่อรักนี้ดูเล่า? วารสาร Comparative Family Studies เผยว่าปัจจุบันนี้ คนทั่วไปกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ ยอมรับว่าเคยนอกใจแฟน ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญบางท่านมองว่า ‘ตัวเลขนี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ’ ใจเย็นเข้าไว้…ฟ้ายังไม่ถล่มหรอก คุณไม่ใช่คนแรกที่โดนคนรักนอกใจ

สาวๆ หลายคนรับไม่ได้และตัดสินใจจบความสัมพันธ์ด้วยการเลิกรา “แต่การเลิกกันไม่ใช่ทางออกเดียวในการรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น” เราไม่อยากให้คุณเลิกกับเขา…เพราะเพื่อนยุ แม่แนะนำ หรือใครสักคนบอกมา  และเราก็ไม่ได้บอกให้คุณหูหนวกตาบอดไม่รู้ไม่ชี้เรื่องเขานอกใจ ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายผิดก็ตาม ถามตัวเองดูว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้ คุ้มค่าที่จะเยียวยาหรือไม่? ถ้าคำตอบของคุณคือ ‘ใช่’ เรามาแสวงหาหนทางกัน                                นักสืบมืออาชีพ

1. เลิกติดต่อกับกิ๊กอีกเด็ดขาด : เมื่อตัดสินใจจะรักษาความรักเอาไว้ ‘คุณต้องกำจัดกิ๊กออกไปจากชีวิตให้เด็ดขาด’ ไม่ต้องอาลัยอาวรณ์กันอีกต่อไป วิธีนี้ง่ายที่สุดแต่ก็เป็นขั้นตอนที่ยากที่สุดเช่นเดียวกัน  คุณทั้งสองต้องรับมือกับช่วงเวลาที่นอยด์ที่สุดหลังจากความเชื่อใจพังทลาย คุณจะไม่เชื่อคำพูดของเขาว่าตัดผู้หญิงคนนั้นออกไปจากชีวิตแล้ว และอย่าคิดว่าเขาจะเชื่อคำพูดของคนที่เคยนอกใจเขาเช่นเดียวกัน

‘ช่วงที่คำพูดของคนผิดไม่มีความหมายกลายเป็นอากาศธาตุนี้ แทนที่จะพูดอย่างเดียวต้องพิสูจน์ให้เห็นด้วยการกระทำว่าจะไม่มีการติดต่อ หรือเลิกยุ่งกันตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป’ ให้เขียนจดหมายหรืออีเมลหากิ๊ก ‘แต่อีเมลฉบับนี้ต้องเขียนต่อหน้าแฟน โดยใช้ข้อความประมาณว่า เราไม่สามารถเจอกันได้อีก เพราะฉันอยากสร้างความสัมพันธ์กับเขาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ดังนั้น ไม่ต้องโทรศัพท์หรือส่งข้อความมาอีก’ ประโยคประมาณนี้จะทำให้มือที่สามจุกอก และรับรู้ว่าบุคคลที่คุณให้ความสำคัญมากที่สุดคือตัวจริงไม่ใช่กิ๊ก

2. ถ้าต้องเจอกับกิ๊กหน้าด้าน : ที่ไม่ว่าคุณจะเพียรบอก ห้าม เตือน หรือสั่งให้หยุด แต่ชู้ก็ยังวนเวียนอยู่ในชีวิตรักของคุณ คนประเภทนี้ไม่เคารพขอบเขตความสัมพันธ์ของคุณ “จึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณทั้งสองต้องคุยกันให้ชัดเจนว่าจะรับมือกับคนแบบนี้อย่างไร” สก็อตต์ ฮัลซ์แมน (Scott Haltzman) หมอจิตวิทยาที่เมืองเนเบิลส์ รัฐฟลอลิดา และเจ้าของหนังสือ Secret of Surviving Infidelity แนะนำให้มองกิ๊กเป็นเหมือนอากาศธาตุ ไม่ต้องใส่ใจ ทำเหมือนว่านี่คือสิ่งไม่มีชีวิต

คุณต้องเรียกความมั่นใจของเขากลับคืนมาด้วยการแสดงความจริงใจ คุณทั้งสองต้องเปิดประตูให้อีกฝ่ายเข้ามาในโลกส่วนตัวของคุณมากกว่าที่เคย อย่างให้เขาเช็กข้อความในเฟซบุ๊ก อีเมล มือถือ แม้กระทั่งบัญชีธนาคารและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ “ทุกความพยายามของคุณ คือหนทางที่ทำให้อีกฝ่ายกลับมาเชื่อใจคุณอีกครั้งหนึ่ง นี่คือขั้นตอนที่จะแสดงให้ดาร์ลิ่งเห็นว่า…ตอนนี้คุณไม่มีอะไรต้องหลบซ่อนอีกต่อไป” และไม่มีรอยรั่วใดๆ ให้มือที่สามกระแซะเข้ามาอีกได้แน่

ถ้าคุณเห็นอดีตกิ๊กของแฟนส่งข้อความมา ‘อย่าเพิ่งไปอาละวาดใส่คนของเราโดยไม่สอบถามข้อเท็จจริงก่อน’ แต่หากเป็นกรณีของคุณเอง กิ๊กเก่าดันส่งข้อความมาก็อย่าปิดบัง ใจเย็นๆ ให้คุยกันให้เข้าใจว่าคุณไม่ได้เริ่ม หรือพยายามติดต่อเขาอีกเลย

3. ตรวจสอบหาความจริง : หากไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกประการ คุณจะปิดคดีนี้ได้อย่างไร? ดังนั้นสอบสวนมันเข้าไป ‘เพื่อดูปฏิกิริยาและไขข้อข้องใจของตัวเอง วิเคราะห์ว่าปัญหามันลึกล้ำขนาดไหน’ นึกถึงซีรี่ส์ CSI สิ วิธีนี้คือ ถามๆๆๆ และตอบๆๆๆ ‘นี่เป็นอีกหนึ่งวิธีในการรับมือปัญหา สอบถามข้อมูลต่างๆ ที่คุณอยากรู้เมื่อถูกนอกใจ’ เช่น นางเป็นใคร มาจากไหน รู้จักกันได้อย่างไร คนโดนนอกใจย่อมอยากรู้ว่ามีอีกคนนานแค่ไหนแล้ว “หากคุณเป็นฝ่ายโดนสวมเขา ลองตั้งคำถามจี๊ดใจและวัดเอาจากคำตอบว่าคุณยังอยากอยู่กับผู้ชายคนนี้ไหม ถ้าเกิดเขาตอบอะไรแรงๆ มา โดยถามตัวเองก่อนว่า ‘ถ้าเขาบอกว่าเคย…ฉันจะทนอยู่กับเขาอีกต่อไปไหม” แต่ถ้าคุณเป็นฝ่ายตอบ ‘จงตอบทุกข้อสงสัยของแฟนอย่างซื่อสัตย์ชัดเจน แม้แฟนจะถามตรงๆ ว่าคุณมีเซ็กซ์ท่าไหนกับกิ๊ก หรือใช้เซ็กซ์ทอยหรือเปล่า’ ความซื่อสัตย์จะเป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่า ที่ผ่านมาการโกหกกลายเป็นอดีตไปแล้ว “แต่ถ้าเขาไม่ได้ถามคุณอย่างละเอียด ก็ไม่ต้องชี้แจงแบบหาเหาใส่หัว คุณควรกลั่นกรองก่อนตอบ” (เพราะไม่จำเป็นต้องเปิดปากเลยว่า ที่นอกใจเขาเป็นเพราะอีกฝ่ายหล่อโคตรๆ)                                          นักสืบประเทศไทย

4. ฮันนีมูนหลังนอกใจ : สิ่งนี้จะเยียวยาแผลรักได้ดีที่สุด เพราะทั้งคุณและเขาไม่ต้องมาคอยรับฟังความคิดเห็นจากคนภายนอก เป็นวิธีหลีกหนีจากเพื่อนๆ การงาน ครอบครัวและทุกอย่าง เพื่อสานสัมพันธ์ให้อยู่รอด วิลลาร์ด เอฟ ฮาร์ลีย์ (Willard F. Harley) ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาและเจ้าของงานเขียน His Needs, Her Needs บอกเราว่า ‘ขั้นตอนนี้เกี่ยวพันกับอารมณ์ความรู้สึกล้วนๆ  ถ้าลึกๆ คุณไม่อยากเลิกกับเขา คุณก็ควรเปิดใจตัวเองอีกครั้งหนึ่ง’ ทริปนี้ไม่ควรมีกิจกรรมมากมาย หรืออยู่ท่ามกลางคนเยอะๆ เป้าหมายของเราคือต้องการหาเวลาอยู่ร่วมกัน ‘หลีกเลี่ยงสถานที่สำหรับคู่หวาน หรือที่ๆ จะบิลด์อารมณ์ให้ของขึ้น แค่อยู่ด้วยกันและทำให้โรแมนติกที่สุด เท่าที่จะทำได้ก็พอ และหากคุณพร้อมก็ควรจะมีเซ็กซ์กับเขา (ในแบบที่ปราศจากความโกรธหรือไม่ซื่อสัตย์) เพราะการเชื่อมโยงทางกาย…เป็นสิ่งที่จะทำให้คุณทั้งสองรู้สึกถึงสิ่งที่ทำร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง’

5. ต้นตอของปัญหา : “การนอกใจเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่สาเหตุของการเลิกรา” มาร์กาเร็ต คลอว์ (Margaret Klaw) ผู้เขียน Keeping It Civil กล่าว ‘หลายคู่ยอมรับว่านอกใจกันจริง แต่ชีวิตสมรสจบลงนานแล้ว’ การแยกเตียงกันอยู่จนอีกฝ่ายมีคนใหม่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ คนที่ไม่อยากเจอเรื่องแบบนี้ ให้กันไว้ดีกว่าแก้ แทนที่จะหาทางรับมือกับมัน ให้คุณหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดการนอกใจดีกว่า คุณหมอวิลลาร์ด แนะนำว่า “อย่ากลับไปหากิจวัตรเดิมๆ เช่น แทนที่จะทำงานเป็นบ้าเป็นหลังเหมือนเก่า ลองหาเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น เพื่อสร้างความโรแมนติกที่ขาดหายไป เติมเต็มความรู้สึกทางใจและทางกาย หากิจกรรมที่คุณทั้งคู่ชอบทำร่วมกัน อย่างการหาร้านอร่อยๆ หรือชวนกันไปออกกำลังกาย” และอย่าลืมเรื่องความจริงใจและซื่อสัตย์ แต่ถ้าทุกข้อที่กล่าวมาไม่ทำให้คุณรู้สึกว่าความสัมพันธ์จะอยู่รอด หนทางสุดท้ายคือการปรึกษานักบำบัด หรือผู้ให้คำปรึกษาด้านความสัมพันธ์ เพื่อช่วยให้คุณฟันฝ่าอุปสรรคในครั้งนี้ไปได้ และรู้ว่าควรรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไร…แต่ทั้งหมดนี่ เพราะคุณเห็นว่ามันคุ้มค่าจริงๆ นะ ที่จะรักษาเขาและความรักของคุณเอาไว้

 

 

ขอบคุณบทความดีๆจาก : http://womenshealththailand.com